เดินลดน้ำหนัก

Share :

เดินลดน้ำหนัก



การเดินเป็นกิจกรรมประจำของทุกคนที่จะต้องทำอยู่แล้ว และการเดินนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด การเดินสามารถลดน้ำหนักได้จริงและเผาผลาญพลังงานได้มากพอๆกับวิ่งหรือแบบอื่นวันนี้การเดินลดน้ำหนักไม่ยากอีกต่อไป

 

    การเดิน เป็นการออกกำลังกายที่ประหยัด ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

    โดยเฉพาะคนที่น้ำหนักมากๆ และผู้สูงอายุ เพราะเมื่อเปรียบกับการวิ่งแล้ว การวิ่งจะทำให้เกิดแรงกระแทกต่อข้อต่อมากกว่าการเดินมาก นอกเหนือจากนั้นผู้ออกกำลังกายรายใหม่ที่เลือกวิ่ง จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ง่ายกว่าและเมื่อพยายามจะวิ่งต่อ ก็ยิ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน เกิดผลเสียมากกว่าผลดี น้ำหนักก็ไม่ลดด้วย

 

    หลายๆ คนอาจคิดว่า การวิ่งช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเดิน แต่ในความเป็นจริง การเดินก็ช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากเหมือนกัน แต่เราจะทำอย่างไรให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นระหว่างเดินออกกำลังกาย ซึ่งปริมาณพลังงานที่คุณเผาผลาญได้นั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

 

การเดินนั้นมี 6 วิธีที่เผาผลาญพลังงาน

 

1.   เดินให้ไกลขึ้น

ยิ่งคุณเดินไกลมากเท่าไร ก็หมายถึงได้เผาผลาญพลังงานมากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและดีที่สุดในการเผาผลาญพลังงานให้ได้มากขึ้น โดยคุณสามารถเริ่มจากฝึกเดินให้ได้ระยะทางไกลขึ้นก่อน จากนั้นให้เริ่มเร่งความเร็ว แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาที่คุณเดินออกกำลังกายในแต่ละวันให้นานขึ้นกว่าเดิม

 

2.   เดินเร็ว หรือ Racewalk

การเดินด้วยความเร็วมากกว่า 13 นาทีต่อไมล์ (1 ไมล์ = 1.61 กิโลเมตร) จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดิน เพราะคุณได้ใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น และในขณะเดียวกันคุณก็ได้สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นด้วย คุณรู้หรือไม่ว่า การมีมวลกล้ามเนื้อที่มากจะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ได้ผลที่เห็นชัดที่สุด คือ คุณจะเดินได้ไกลขึ้นแต่ใช้เวลาเท่าเดิม

 

3.   ใช้ walking poles ช่วยให้เดินเร็วขึ้น

Walking Poles หรือการเดินแบบใช้ไม้ค้ำยัน เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินเร็วได้ แต่อยากจะเผาผลาญพลังงานต่อระยะทางที่เดินได้มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีออกกำลังกายแบบการใช้ walking pole เผยแพร่อยู่มาก แต่เพื่อประสิทธิภาพในการออกกำลังกายแบบนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้งานได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างการออกกำลังกายโดยใช้ไม้ค้ำยัน เช่น Nordic Walking หรือ เทคนิค Exerstriding

 

4.   เพิ่ม Speed Intervals ระหว่างการเดิน

ปรับเปลี่ยนความเร็วระหว่างเดิน สามารถเพิ่มความรุนแรงและการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เช่น ระหว่างเดินคุณเร่งความเร็วในการเดินนาน 1-2 นาที จากนั้นค่อยๆ ชะลอความเร็วลงกลับมาเดินอย่างปกติ 1-2 นาที และเร่งความเร็วใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำวนแบบนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเดินได้ไกลขึ้นแต่ระยะเวลาเท่าเดิม นอกจากนั้นยังทำให้คุณสามารถเดินได้เร็วขึ้นด้วย

 

5. แบกน้ำหนักเพิ่มขึ้น

ความจริงแล้ววิธีนี้ไม่แนะนำ เนื่องจากการแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นหมายถึงการเพิ่มความเครียดให้กับข้อของคุณ แต่หากคุณอยากทำ แนะนำว่าควรใช้น้ำหนักน้อยกว่า 10 ปอนด์ (4.5 kg) และใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายหลัง หรือชุดถ่วงน้ำหนักที่สะโพก เพื่อที่ร่างกายยังสามารถรักษาสมดุลไว้ได้ การเดินด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมจากการเพิ่มน้ำหนักผิดที่ เช่น ที่แขนหรือขา มันสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ของกล้ามเนื้อได้ อาจได้ผลเสียมากกว่าผลดี

 

6. เผาผลาญพลังงานขณะหลับ โดยการสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น

ปกติในขณะที่เราหลับ หรือในเวลาที่ร่างกายได้พัก โดยไม่มีกิจกรรมอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ร่างกายของเราก็ยังมีการใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา โดยเราสามารถคำนวณหาค่าได้ เรียกว่า Basal Metabolic Rate (BMR) คือ จำนวนพลังงานที่คุณเผาผลาญไปขณะพักในแต่ละวัน

 

เคล็ดลับ

 

สำหรับคนที่เดิน นั้นจะมีปัญหาอย่างเดียวเลย คือหนึ่งสภาพอากาศไม่อำนวย เราขอแนะนำ ให้ท่านเข้าฟิตเนส นั้นเอง  เพราะว่าฟิตเนส นั้นมีลู่วิ่ง พร้อมทั้งเครื่องเล่นที่ท่าน ต้องการอีกมากมาย

เราขอแนะนำ ฟิตเนสพระอาทิตย์ แอร์เย็น มีที่ฟอกอากาศและแถมยังมี ค่ายมวยอีกด้วยสนุกอย่างแน่นอน เรื่องสุขภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตประจำวัน ต่อให้ร่ำรวยแต่สุขภาพต้องมาก่อนนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก  praartitfit24

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก honestdocs

Created : 09-09-2019


บทความที่น่าสนใจ

คู่มือสำหรับ มือใหม่ หัดเข้าฟิตเนส
5 วิธี เริ่มต้นลดน้ำหนัก สไตล์หมูๆ